เชื่อว่าสาวๆหลายๆคนจะต้องเคยเจอกับอาการปวดประจำเดือน รวมไปถึงความรู้สึกไม่สบายตัว ทำอะไรก็หงุดหงิดไปหมด บางคนก็ปวดหนักจนรู้สึกว่าทนไม่ไหว แต่รู้ไหมว่าจริงๆแล้ว อาการปวดประจำเดือนสามารถบรรเทาได้ด้วยการหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าจะมีเมนูไหนบ้างที่ #มนุษย์เมนส์ อย่างเราไม่ควรทาน!

1. เนื้อสัตว์ติดมัน
ไขมันคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สาวๆอย่างเรามีอาการปวดประจำเดือน ซึ่งถ้ายิ่งทานเยอะ ก็อาจจะส่งผลให้ปวดมากขึ้น ทางที่ดีควรเปลี่ยนมาทานเนื้อสัตว์พวกปลา ไก่ หรือหมูเนื้อแดงจะดีกว่า

2. อาหารแปรรูป / สำเร็จรูป
โซเดียมในอาหารแปรรูป หรือสำเร็จรูปจำพวกไส้กรอก ขนมนมเนย เบเกอรี่ต่างๆ มีปริมาณมาก ทำให้เกิดอาการท้องอืด รวมถึงปวดท้องประจำเดือนมากกว่าเดิม ดังนั้นควรจะหันมาทานอาหารปรุงสุก สดใหม่จะดีกว่าค่ะ

3. ชา กาแฟ เครื่องดื่ม หรืออาหารที่มีกาเฟอีน
สาวๆคนไหนติดดื่ม ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลมที่มีกาเฟอีนคงจะต้องงดไปก่อนในช่วงวันนั้นของเดือน เพราะกาเฟอีนจะไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดมากขึ้น แถมยังทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องดื่ม หรืออดใจไม่ไหวจริงๆ ก็ควรดื่มแต่น้อย และเจือจางมากที่สุดนะคะ

4. เหล้า เบียร์ เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ต่างๆ
แอลกอฮอล์จะทำให้ความเข้มข้นของเลือดต่ำลง และทำให้เลือดสูบฉีดเร็วขึ้นกว่าปกติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้ปวดท้อง ยังทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและอ่อนเพลียอีกด้วย ทางที่ดีควรงดไปก่อนช่วงที่มีประจำเดือนจ้า

5. ของหวาน
เชื่อว่าหลายๆคนพอมีประจำเดือนก็จะรู้สึกอยากกินของหวานๆเป็นพิเศษ แต่รู้มั้ยว่าของหวานนี่แหละ ที่เป็นอีกหนึ่งตัวการทำปวดท้องประจำเดือน เพราะน้ำตาลจะทำให้อาการปวดแย่ลงกว่าเดิม ถ้าอยากทานของหวานๆจริงๆ แนะนำให้เลือกทานเป็นผลไม้จะดีกว่าค่ะ

6. ไอศกรีม (ที่มีนมเป็นส่วนผสม)
มาถึงข้อนี้ หลายๆคนคงรู้สึกใจสลายไปตามๆกัน ถึงแม้ว่าเราจะอยากกินไอศกรีมหวานๆ มันๆแสนอร่อยซักเท่าไหร่ แต่ต้องอดใจไว้ก่อน เพราะไอศกรีมเต็มไปด้วยไขมันจากนมซึ่งทำให้ปวดท้องไม่น้อยไปกว่าไขมันจากเนื้อสัตว์เลย แต่ถ้าอดใจไม่ไหว ผลไม้แช่เย็นก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เวิร์คเหมือนกันค่ะ

จบไปแล้วกับ 6 ประเภทอาหารที่สาวๆควรหลีกเลี่ยงระหว่างช่วงมีประจำเดือน มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีเมนูไหนบ้าง ที่สาวๆสามารถกินเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้บ้าง

1. ใบตำลึง
ใบตำลึงอุดมไปด้วยแร่ธาตุแมกนีเซียม ซึ่งช่วยลดอาการปวดเกร็งในช่องท้อง แถมยังมีสรรพคุณที่มีประโยชน์อีกมากมาย จะทานแบบสดๆ หรือแบบลวกก็ได้ค่ะ

2. ตังกุย
ตังกุยมีสรรพคุณช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือด และกล้ามเนื้อมดลูกไม่บีบตัว หดเกร็งมากเกินไป แต่แนะนำว่า ควรทานก่อนมีประจำเดือนประมาณ 1-2 สัปดาห์จะเห็นผลดีที่สุด ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ตังกุยในรูปแบบของชาชงดื่ม ทำให้ทานง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ควรอ่านคำแนะนำให้ดี รวมถึงควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะตังกุยอาจส่งผลให้ผิวบางลง ไวต่อแสงแดดได้

3. น้ำเต้าหู้
น้ำเต้าหู้มีฮอร์โมนเพศหญิงชนิดหนึ่งซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งของฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่ให้ออกมามากเกินไป ซึ่งช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ โดยควรทานก่อนที่ประจำเดือนจะมาซัก 1 อาทิตย์จะดีที่สุด ส่วนสาวๆคนไหนที่ไม่ชอบดื่มน้ำเต้าหู้ อาจจะเปลี่ยนมาทานผลิตภัณฑ์จากนมถั่วเหลือง พวกเต้าหู้ หรือซุปเต้าเจี้ยวแทนได้เหมือนกันค่ะ

4. ปลาทะเลน้ำลึก
ปลาทะเลน้ำลึกนั้นอุดมไปด้วยกรด EPA และ DHA ช่วยลดอาการปวดเกร็งในช่องท้องระหว่างการมีประจำเดือนได้เป็นอย่างดี และยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์อีกมากมาย แถมทานแล้วไม่อ้วนอีกด้วย โดยปลาที่เราแนะนำที่สุดคือ ปลาทูน่า, ปลาแมคเคอเรล, ปลาแฮร์ริ่ง, และปลาแซลมอน

5. พืชผักผลไม้
ผักผลไม้ที่มีกากใยสูงจะช่วยดักจับฮอร์โมนเอสโตรเจนส่วนเกินและกำจัดทิ้ง ทำให้มดลูกไม่หดตัวมากเกินไป ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ โดยอาจจะเน้นเป็นผลไม้หรือผักที่มีวิตามินซีสูงเพราะจะช่วยลดอาการปวดเกร็งท้องได้อีกด้วย

อาการปวดท้องประจำเดือนอาจพบเจอได้เป็นเรื่องปกติ และในบางครั้งอาจจะบรรเทาได้ด้วยการหลีกเลี่ยง หรือรับประทานอาหารบางชนิคตามที่กล่าวมาด้านบน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ควรละเลย ทางที่ดีสาวๆควรหมั่นสังเกตว่ามีอาการปวดอย่างรุนแรงอยู่บ่อยๆหรือไม่ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่ควรได้รับการรักษาจากแพทย์ก็เป็นได้ค่ะ