กลิ่นตัวเป็นปัญหาที่พบได้ในคนทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่าเป็นปัญหาสามัญประจำบ้านกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะบ้านที่มีลูก ๆ อยู่ในช่วงวัยรุ่น คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องคอยเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหานี้มากป็นพิเศษ เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่ฮอร์โมนเพศจะกระตุ้นให้มีการสร้างต่อมเหงื่อที่บริเวณรักแร้และอวัยวะเพศมากขึ้น ซึ่งต่อมเหงื่อที่ถูกกระตุ้นจะผลิตเหงื่อที่มีส่วนประกอบของโปรตีนมากกว่าบริเวณอื่น จึงเกิดการสะสมของแบคทีเรียที่ผิวหนัง และเกิดปฏิกิริยาเคมี ส่งผลให้มีกลิ่นตัวมากขึ้นได้ ยิ่งถ้าใครดูแลเรื่องสุขอนามัยไม่ดีพอ เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังก็จะยิ่งเจริญเติบโตได้ดี และมีจำนวนมาก ทำให้กลิ่นตัวรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามนอกจากสาเหตุนี้แล้ว ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่ทำให้คนเรามีกลิ่นตัว มาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง บางปัจจัยรู้ไว้ก็อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อที่ตัวเราจะได้ปราศจากกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์

  • สภาพอากาศ ในฤดูร้อนหรือภาวะที่มีอากาศร้อนชื้น เชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังจะเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ง่ายและรุนแรงขึ้น
  • เสื้อผ้า เสื้อผ้าที่หนาหรือเนื้อผ้าบางชนิด เช่น ผ้าใยสังเคราะห์ จะทำให้เหงื่อระบายได้ช้า ผิวหนังจึงมีความอับชื้น ทำให้ปริมาณแบคทีเรียบนผิวหนังเพิ่มขึ้น เกิดกลิ่นตัวได้ง่ายขึ้น
  • อารมณ์ อารมณ์เครียด โกรธ ตกใจ จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งเหงื่อออกมามากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณใต้รักแร้ หน้าผาก และฝ่ามือ ผิวหนังบริเวณดังกล่าวจึงมีความชื้นมากขึ้น แบคทีเรียที่ผิวหนังจึงมีจำนวนมากขึ้น
  • อาหารบางชนิด การรับประทานอาหารที่ปรุงด้วยเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หอม ผงกะหรี่ กลิ่นของเครื่องเทศเหล่านี้จะถูกขับออกมาทางเหงื่อ ทำให้เกิดกลิ่นตัว
  • โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน โรคเกาต์ และภาวะผิดปกติทางระบบเผาผลาญอาหารบางชนิด ร่างกายจะสร้างสารเคมีบางอย่างที่มีกลิ่นและขับออกมาทางเหงื่อ

วิธีกำจัดกลิ่นตัว
เบื้องต้นแนะนำให้ อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เลือกใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบายลดความอับชื้น ซักสะอาด และแห้งสนิทจริง ๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง รวมทั้งใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นตัวหรือระงับเหงื่อ ซึ่งที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของน้ำหอม สารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และสารยับยั้งการหลั่งเหงื่อประกอบกัน การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในบางคนอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือผื่นแพ้สัมผัสได้ ในกรณีที่เกิดอาการระคายเคือง เป็นผื่นแดง แสบ หรือคัน ควรหยุดใช้ และไปปรึกษาแพทย์ หรือบางคนอาจเลือกใช้สารส้มซึ่งมีกลไกในการกำจัดแบคทีเรียบริเวณที่ทา จึงช่วยลดกลิ่นตัวได้ แต่วิธีการนี้อาจใช้ไม่ได้ผลในบางคน ซึ่งอาจเป็นเพราะร่างกายสร้างกลิ่นตัวออกมามาก จึงรักษาให้หายขาดได้ยาก อย่างไรก็ตามควรใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อการควบคุมกลิ่นที่ดี
โดยทั่วไปแล้วการมีกลิ่นตัวจัดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการเหงื่อออกตอนกลางคืน เหงื่อออกมากผิดปกติ รักษาความสะอาดอย่างดีแล้วแต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องกลิ่นตัวอยู่ การไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าอายแต่อย่างใด